คุณสมบัติ


เทคโนโลยีที่ให้เสียงบันทึกคุณภาพสูงสุดแก่คุณ

ไมโครโฟนและวงจรแอมพลิไฟเออร์ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่เพื่อให้อัตราตอบสนองต่อความถี่ที่เหนือระดับ และระดับแรงดันเสียงสูงสุด 140dB SPL ผลลัพธ์คือคุณภาพเสียงระดับสูงสุดที่คุณจะต้องรู้สึกทึ่ง

ไมโครโฟนระบบสเตอริโอแบบกำหนดทิศทางประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกใหม่ ด้วยการจัดวางแบบทำมุม 90 องศา

A. ครอบไมครโฟน
B. Screen mesh
C. Side net
D. ไมโครโฟน
E. โช้คป้องกันการสะเทือน
F. Microphone holder

เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากประสิทธิภาพการทำงานพื้นฐาน อย่างเช่น การตอบสนองความถี่ และคุณลักษณะการกำหนดทิศทางเสียง โดยเน้นความสำคัญที่ขนาดของไมโครโฟนและรูปร่างของช่องต่างๆ ชุดไมโครโฟนซ้ายและขวาถูกจัดวางแบบทำมุมหันออกที่ระดับ 90 องศา เพื่อให้ได้เสียงในระบบสเตอริโอที่มีความเป็นธรรมชาติ

ส่วนของไมโครโฟนได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อช่วยลดการเกิดเสียงสะท้อนที่ไม่ต้องการ

ไมโครโฟนได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมเพื่อลดเสียงสะท้อนที่ไม่ต้องการ (เสียงรบกวน) ให้ได้มากที่สุด

การตอบสนองความถี่: 20Hz ถึง 20,000Hz

ไมโครโฟนและระบบวงจรที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี มีการตอบสนองความถี่ที่กว้าง ผลลัพธ์คือเครื่องบันทึกเสียงที่มีคุณภาพเสียงอันดีเยี่ยม ซึ่งมีความเป็นเลิศในด้านการถ่ายทอดเสียงที่มีความถี่ต่ำ เช่น เสียงเบสจากกลองและกีตาร์

วงจรขยายสัญญาณเสียงคุณภาพสูง สัญญาณรบกวนต่ำ และอัตราสัญญาณเสียงต่อเสียงรบกวน (S/N ratio) ระดับสูง

เพื่อการถ่ายโอนและการขยายสัญญาณเสียงที่จับได้โดยไมโครโฟนด้วยความแม่นยำระดับสูงสุด โอลิมปัสจึงได้ออกแบบระบบวงจรประมวลผลสัญญาณเพื่อให้สามารถถ่ายทอดเสียงได้อย่างมีคุณภาพ ส่วนประกอบต่างๆ ของแอมพลิไฟเออร์ ประกอบด้วย สัญญาณแอมพลิไฟเออร์ซึ่งมีสัญญาณรบกวนและความถี่ต่ำสำหรับช่องสัญญาณเสียงทางด้านซ้ายและขวา, การกำจัดคลื่นสัญญาณรบกวนแบบ cross-channel ที่ช่วยให้สามารถส่งสัญญาณได้อย่างคมชัด และให้อัตราสัญญาณเสียงต่อเสียงรบกวน (S/N ratio) ระดับสูง, วงจรอนาล็อกที่ทำหน้าที่ประมวลผลสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความแตกต่างของเสียงน้อยที่สุด นอกจากนี้ยังรวมไปถึงวงจรไฟฟ้าแบบ isolated power supply วิธีการนี้ช่วยลดการเกิดการสอดแทรกของคลื่นสัญญาณรบกวนที่เล็กมากจากกระแสไฟฟ้าเพื่อปรับปรุงอัตราสัญญาณเสียงต่อเสียงรบกวน (S/N ratio) ให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ แผงวงจรควบคุมระบบ (ระบบดิจิตอล) และเสียงก็ได้ถูกแยกออกจากกันเพื่อป้องกันสัญญาณเสียงรบกวน และทำให้ได้การส่งผ่านสัญญาณที่มีเสียงรบกวนต่ำอีกด้วย

  • แผงวงจรเสียง
    A. Capless class-D amplifier สำหรับลำโพง
    B. Microphone amplifier
    C. Audio circuit-dedicated power circuit
    D. Instrumentation amplifier for XRL input
    E. Audio control IC (codec)
    F. Class-G amplifier for earphone
  • System circuit board
    A. Multimedia processor
    B. Power manager IC

ระดับแรงดันเสียงสูงสุดที่น่าประทับใจที่ระดับ 140 dB SPL ฉีกทุกรูปแบบของเครื่องบันทึกภาพรุ่นเดิมๆ

หากมีการบันทึกเสียงที่มีระดับแรงดันเกินจากระดับสูงสุดของเครื่องบันทึกเสียง เครื่องจะทำการตัดเสียงนั้นออกไป แม้จะมีการลดระดับการบันทึกเสียง ดังนั้น จึงมักแก้ปัญหาด้วยการขยับไมโครโฟนออกห่างจากแหล่งเสียงไปไกลมาก แต่ก็อาจยังไม่ได้ผลัพธ์ที่ดี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมในการบันทึก ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ จึงมั่นใจได้ว่าเครื่องบันทึกเสียงรุ่น LS-100 จะให้ระดับแรงดันเสียงที่ดีที่สุดสำหรับเครื่องบันทึกเสียง นั่นคือระดับ 140 dB SPL นี่คือระดับที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนสำหรับเครื่องบันทึกเสียงทั่วไป ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้เสียงตามแนวเพลงร็อค หรือเสียงกลองที่ดังมากแบบเต็มกำลังของเสียงโดยไม่มีการตัดเสียงใดๆ ออกไป

ตัวอย่างระดับแรงดันเสียงของเครื่องดนตรีและเพลง

110dB อัลโต้แซกโซโฟน, เปียโน (มืออาชีพ), เสียงร้อง (สมัครเล่น), เครื่องเป่าทองเหลือง
120dB เทเนอร์แซกโซโฟน , เสียงร้อง (มืออาชีพ), การแสดงสด, วงออเครสต้า
130dB คอนเสิร์ตวงดนตรีร็อค, วงเพอร์คัสชั่น, คองก้า, กลอง และอื่นๆ

ช่องต่อ XLR และช่องต่อคอมโบ้สำหรับโทรศัพท์

ช่องต่อ XLR และช่องต่อคอมโบ้สำหรับโทรศัพท์ถูกจัดวางไว้ทางด้านล่างสุดของตัวเครื่อง

ช่องต่อ XLR ที่เข้ากันได้กับ 24V/48V phantom power และช่องต่อคอมโบ้สำหรับโทรศัพท์บ้านมาตรฐาน

ช่องต่อ XLR ที่เข้ากันได้กับ 24V/48V phantom power และช่องต่อคอมโบ้สำหรับโทรศัพท์บ้านมาตรฐาน หมายความว่าคุณจะสามารถเชื่อมต่อกีตาร์, เบส, คีย์บอร์ด หรือเครื่องดนตรีอื่นๆ ได้โดยตรงกับเครื่องบันทึกเสียง LS-100 ซึ่งประกอบด้วยแอมพลิไฟเออร์สำหรับเสียงดนตรีแต่ละเสียงแบบแยก ดังนั้นเสียงรบกวนจึงลดลงทำให้ได้อัตราสัญญาณเสียงต่อเสียงรบกวน (S/N ratio) ระดับสูง แม้ในเวลาที่มีการใช้สายเคเบิ้ลที่ยาวมาก

การเชื่อมต่อกับเครื่องดนตรี

* แนะนำให้เชื่อมต่อผ่านเครื่องขยายเสียง

เมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่มีระบบเสียงโมโน ให้คุณทำการเชื่อมต่อเข้ากับช่องต่อคอมโบ้ L (ซ้าย) แต่หากเชื่อมต่อเครื่องดนตรีที่ส่งสัญญาณเสียงในระบบสเตอริโอ เช่น คีย์บอร์ด จะสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งช่องต่อคอมโบ้ L (ซ้าย) และ R (ขวา)

การเชื่อมต่อไมโครโฟน

เมื่อเชื่อมต่อไมโครโฟนไดนามิก หรือไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ ให้ทำการเชื่อมต่อเข้ากับช่องต่อคอมโบ้ซ้ายหรือขวา เมื่อต้องการใช้ระบบ Phantom power ให้คุณเปิดสวิตช์ของช่องต่อ XLR และช่องต่อคอมโบ้สำหรับโทรศัพท์บ้านแบบมาตรฐานที่ใช้ในการเชื่อมต่อไมโครโฟน

การปรับระดับเสียงด้านซ้ายและขวาแบบแยก

ระดับของการบันทึกสามารถปรับได้อย่างละเอียด แม้ว่าอุปกรณ์ต่างๆ จะถูกเชื่อมต่อเข้ากับช่อง XLR ซ้ายและขวา

ฟังก์ชั่น Lissajous เพื่อการตรวจจับ และการปรับความต่างของเฟสเสียงของไมโครโฟน XLR ทั้งซ้ายและขวา

ฟังก์ชั่นนี้จะทำการวัดระยะห่างของเฟสเพื่อใช้ในการระบุระยะห่างระหว่างไมโครโฟนกับแหล่งเสียงสำหรับการบันทึกในสตูดิโอ และการใช้งานอื่นๆ คุณสามารถปรับหรือถ่ายทอดสภาวะการบันทึกโดยการปรับตำแหน่งและทิศทางของไมโครโฟน XLR ขณะตรวจสอบรูปแบบคลื่นเสียง Lissajous

ฟังก์ชั่นการทำงานแบบหลายร่องเสียง (Multi-track) เพื่อมอบความสนุกสนานให้กับทุกการสร้างสรรค์

การบันทึกแบบหลายแทร็คเสียง (Multi-track) จะทำให้สามารถผสมผสานหลายๆ แทร็คเสียงที่คุณบันทึกไว้แยกกัน เพื่อนำมาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นหนึ่งผลงานเสียงที่น่าสนใจ สามารถรวมได้สูงสุด 8 แทร็คต่อการสร้างหนึ่งโปรเจคท์ ซึ่งนับว่ามีความล้ำหน้าเหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ตอนนี้คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับการเขียนเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย

การบันทึกและการแก้ไขเพลงแบบหลายแทร็คเสียง (Multitrack) ช่วยให้คุณสามารถทำการบันทึกเสียงได้อย่างล้ำหน้า

การบันทึกแบบหลายแทร็คเสียง (Multi-track) จะทำให้สามารถผสมผสานหลายๆ แทร็คเสียงที่คุณบันทึกไว้แบบแยก เพื่อนำมาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นหนึ่งผลงานเสียงที่น่าสนใจ สามารถรวมได้สูงสุด 8 แทร็คต่อการสร้างหนึ่งโปรเจคท์ ซึ่งนับว่ามีความล้ำหน้าเหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ตอนนี้คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับการเขียนเพลงได้อย่างสมบูรณ์ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่าย

ตัวอย่างของการใช้การบันทึกแบบหลายแทร็คงเสียง (multitrack)

ต่อไปนี้คือตัวอย่างของการสร้างวงดนตรีด้วยคนเพียงคนเดียวโดยการเล่นเครื่องดนตรีหลายๆ ชิ้นแบบแยก แล้วนำมาผสมผสานเป็นเพลงเดียวกัน

แทร็ค 1: บันทึกเสียงกลอง

บันทึกเสียงกลองก่อนเป็นอันดับแรกบนแทร็ค 1 เพื่อกำหนด tempo ของการแสดง สามารถเชื่อมต่อหูฟังเพื่อตรวจสอบ tempo ที่แน่นอนด้วยฟังก์ชั่นเครื่องเคาะจังหวะ (metronome)

แทร็ค 2: บันทึกเสียงเบส

บันทึกเสียงเบสไว้เป็นแทร็ค 2 ขณะเปิดฟังเสียงของแทร็ค 1 ความผิดพลาดใดๆ หรือการแก้ไขจะไม่ส่งผลกระทบต่อแทร็ค 1 ดังนั้นคุณจึงสามารถบันทึกซ้ำได้หลายครั้งจนกว่าจะพอใจ

แทร็ค 3: บันทึกเสียงกีตาร์

บันทึกเสียงกีตาร์เป็นแทร็ค 3 ขณะเล่นแค่แทร็ค 1 หรือเล่นทั้งแทร็ค 1 และแทร็ค 2

แทร็ค 4: บันทึกเสียงร้อง

บันทึกเสียงร้องบนแทร็ค 4 ขณะเล่นแทร็ค 1 ถึง 3 ที่คุณได้บันทึกมาแล้วทั้งหมด นอกจากนี้คุณยังสามารถบันทึกแทร็คอื่นๆ เพิ่มเติมได้สำหรับเสียงร้องเพิ่มเติมอย่างเช่นเสียงคอรัส และส่วนที่ให้ทำนองเสียงเพิ่มเติมด้วยตนเอง

การแก้ไขพร้อมกันได้สูงสุด 8 แทร็ค

A. Mute
B. ระดับเสียง
C. สมดุลซ้ายขวา

สามารถรวมแทร็คได้สูงสุด 8 แทร็คพร้อมกัน ขณะใช้งานการทำงานใดๆ ของตัวเครื่องก็ตาม คุณก็สามารถใช้มิเตอร์วัดระดับบนหน้าจอ รวมถึงฟังก์ชั่น Mute เพื่อเปิดหรือปิดเสียงของแต่ละแทร็ค โดยใช้การควบคุมระดับเสียงในการปรับสมดุลเสียงที่ ส่วนต่าง และการใช้สมดุลเสียงข้างซ้ายและขวา (ฟังก์ชั่น pan) เพื่อปรับความสัมพันธ์เชิงตำแหน่งของเครื่องดนตรี ดั้งนั้น ไม่ว่าใครก็สามารถสร้างเสียงเพลงได้อย่างที่ตัวเองชื่นชอบ

Bounce (การมิกซ์ดาวน์แทร็ค)

ส่งสัญญาณออกได้สูงสุด 8 แทร็คไปยังไฟล์เสียงสเตอริโอ

การเขียนข้อมูลเสียงที่บันทึกลงแผ่น CD และการแปลงไฟล์ MP3

ไฟล์เสียงที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว สามารถเขียนข้อมูลลงแผ่น CD โดยเชื่อมต่อเครื่องบันทึกเสียงเข้ากับเครื่องบันทึกแผ่น CD ที่มีจำหน่ายทั่วไปโดยตรง นอกจากนี้คุณยังสามารถแปลงไฟล์เสียงเป็นไฟล์ MP3 เพื่อการส่งไฟล์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์


ฟังก์ชั่นที่น่าสนใจ

วีดีโอคุณภาพสูงระดับมืออาชีพรวมกับเสียงคุณภาพสูงระดับไฮไฟ : เครื่องบันทึกเสียง Linear PCM LS-100 และ Olympus OM-D [*]

โดยปกติแล้ว OM-D สามารถบันทึกเสียงได้อย่างเป็นที่น่าประทับใจอยู่แล้ว มีผู้ซึ่งประสงค์หรืออยากที่จะบันทึกเสียงคุณภาพระดับไฮไฟ ด้วยเครื่องบันทึกเสียง Linear PCM แบบภายนอก อย่างเช่น เครื่องบันทึกเสียงของโอลิมปัสตระกูล LS โดยการเชื่อมต่อ Olympus OM-D E-M1/E-M5 Mark II และ Olympus LS-100 ด้วยสายสัญญาณเสียงซึ่งมีแยกจำหน่าย LS-100 สามารถบันทึกเสียงได้อย่างมีคุณภาพสูง ในขณะที่กล้องบันทึกวีดีโอแบบ Full HD ที่งดงามไปพร้อมกัน ใช้สาย USB ในการเชื่อมต่อเพื่อซิงค์ข้อมูลเสียง PCM กับวีดีโอที่กำลังบันทึก ซึ่งเครื่องบันทึกเสียงสามารถติดกับกล้องที่ Hot-shoe โดยใช้อะแดปเตอร์ซึ่งมีแยกจำหน่าย และ LS-100 สามารถที่จะสร้าง Slate tone อย่างง่าย ซึ่งจะเพิ่มเสียง Quick tone เข้าไปทั้งใน Audio track ในเครื่องบันทึกเสียง PCM และเสียงในกล้องไปพร้อมๆกัน ทำให้การซิ้งค์ข้อมูลเสียงที่บันทึกมาแยกกัน กับภาพวีดีโอในขันตอนการตัดต่อ หรือ Post-Production ได้ง่ายขึ้น

  • กล้องที่รองรับการใช้งาน : Olympus OM-D E-M1, E-M5 Mark II (ณ เดือนพฤศจิกายน 2558)

การบันทึกเสียงแบบโอเวอร์ดับบิ้ง (Overdubbing) สำหรับการบันทึกเสียงลงบนข้อมูลเสียงที่บันทึกไว้ก่อนแล้ว

ข้อมูลบันทึกที่มีอยู่สามารถทำการบันทึกเสียงใหม่เพิ่มลงไปได้อีก แม้ว่าฟังก์ชั่นนี้จะมีการทำงานที่คล้ายกับการบันทึกเสียงแบบหลายแทร็คเสียง (multitrack) แต่วิธีการนี้ทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับการโอเวอร์ดับบิ้ง (overdubbing) ในรูปแบบที่ง่ายกว่า และโดยตรงกว่า เพื่อการสร้างความเพลิดเพลินในแบบที่เป็นตัวคุณยิ่งขึ้น คุณสามารถใช้แหล่งของเพลงต่างๆ อาทิเช่น แผ่น CD เพลง เพื่อการสร้างเพลงของตัวเองโดยให้คุณสามารถเล่นเพลงไปพร้อมๆ กับนักดนตรีมืออาชีพ นี่คือคุณสมบัติที่มีประโยชน์สำหรับการใช้งานในแบบคาราโอเกะ เพื่อการเพิ่มเอฟเฟ็กต์เสียง เช่น เสียงจอแจของเมืองหลวง, เสียงรถไฟ หรือเสียงนกร้อง และเพื่อการเพิ่มการเรียบเรียงเสียงเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อมูลที่มีอยู่เพื่อสร้างแทร็คที่เป็นรูปแบบของตัวคุณเอง

  • A. เสียงที่บันทึก
    B. Overdubbing
    C. เสียงต้นฉบับ

ฟังก์ชั่นการเคาะจังหวะ (Metronome) ทำหน้าที่นำจังหวะระหว่างการบันทึก และสามารถใช้งานได้ดีเวลาที่ทำการฝึกฝนการเล่นดนตรี

หน้าจอเคาะจังหวะปกติ / หน้าจอสำหรับการบันทึกขณะฟังเสียงการเคาะจังหวะ

เครื่องบันทึกเสียงนี้มีฟังก์ชั่นการเคาะจังหวะ (Metronome) ที่สามารถใช้เพื่อการฝึกฝนการเล่นดนตรีเช่นเดียวกับการนำจังหวะระหว่างที่ทำการบันทึก

การตั้งค่า Metronome ประกอบด้วย
Count down / Tempo / Rhythm pattern / Sound / Volume

ฟังก์ชั่น Tuner ช่วยให้สามารถปรับเสียงได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น

ฟังก์ชั่นนี้ประกอบด้วยตัวเลือก Calibration, Chromatic Tuner และ Guitar และ Bass Mode เพื่อให้คุณสามารถทำการปรับเสียงดนตรีได้อย่างแม่นยำตามประเภทของเครื่องดนตรี

  • pitch A ของค่าอ้างอิงในการคาลิเบรต (Calibration Reference) สามารถปรับได้ตั้งแต่ 435Hz ถึง 445Hz โดยเพิ่มได้ทีละ 1Hz
  • ฟังก์ชั่น Chromatic Tuner สามารถรองรับสเกลเสียงดนตรีทั้งหมด และทำให้คุณสามารถปรับจูนเสียงเครื่องดนตรีโดยการปรับค่าความเบี่ยงเบนระหว่างเสียงเครื่องดนตรีที่รับเข้ามากับเสียงที่ใช้อ้างอิง
  • โหมดกีตาร์ และโหมดเบสสามารถปรับจูนเสียงเครื่องดนตรีของคุณได้อย่างง่ายดายโดยการปรับทีละโน้ต

หน่วยความจำภายใน 4GB และช่องใส่ SD การ์ด สามารถรองรับการ์ด SDXC ขนาดความจุ 64GB

เครื่องบันทึกเสียงรุ่นนี้มีหน่วยความจำภายใน 4GB และมีช่องสำหรับเชื่อมต่อภายนอกที่สามารถรองรับการใส่การ์ดได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการ์ด SD, SDHC และ SDXC (สูงสุด 64GB)

รองรับรูปแบบการบันทึกต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ที่ประกอบด้วย 96kHz/24bit linear PCM และ MP3

นอกจากนี้ยังมีการรองรับรูปแบบ 96kHz/24bit linear PCM (WAV) เพื่อให้ได้เสียงบันทึกคุณภาพสูง และการเล่นเสียงซึ่งมีช่วงไดนามิกที่เหนือชั้นกว่าการฟังจาก CD เพลง รวมทั้งยังรองรับเสียงในรูปแบบไฟล์ MP3 ที่ใช้งานได้คล่องตัว

การแปลงข้อมูลระบบ linear PCM (WAV) ที่บันทึกให้เป็นไฟล์ MP3 จากในเครื่องบันทึกเสียง

ฟังก์ชั่นนี้ใช้สำหรับการแปลงไฟล์ WAV ที่บันทึกในรูปแบบ PCM ให้เป็นไฟล์ MP3 ที่มีอัตราบิต 128kbps ฟังก์ชั่นนี้จะทำให้คุณสามารถลดขนาดของไฟล์ WAV ขนาดใหญ่ลงได้

ฟังก์ชั่น Limiter และ Compressor เป็นประโยชน์ในการป้องกันการตัดเสียงออกระหว่างการบันทึกโดยใช้การตั้งค่าระดับแบบแมนนวล

ฟังก์ชั่น Limiter ให้คุณสามารถปรับระดับในการบันทึกได้ด้วยตนเอง สามารถลดความเพี้ยนของเสียงที่เกิดจากเสียงที่ดังขึ้นอย่างฉับพลัน ส่วนฟังก์ชั่น Compressor ใช้สำหรับการบีบอัดข้อมูลโดยยังคงความสมดุลของเสียงโดยรวม



ฟังก์ชั่น 'gain' ของไมโครโฟนสำหรับการเปลี่ยนความไวอินพุต (Input Sensitivity)


ความไวในการรับสัญญาณสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมในการบันทึกหรือวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ฟังก์ชั่นนี้รองรับการทำงานทั้งในโหมด Manual และโหมด Auto

วงจรกรองเสียงความถี่ต่ำ (Low-cut filter) ช่วยตัดเสียงรบกวนได้ 2 ระดับ

คุณสามารถใช้วงจรกรองเสียงความถี่ต่ำ (Low-cut filter) 2 ระดับ ตามประเภทของเสียงสัญญาณรบกวน เช่น เสียงจากเครื่องปรับอากาศ, เครื่องโปรเจคเตอร์ และเสียงลม

  • ตัดสัญญาณเสียงรบกวนที่มีความถี่ต่ำตั้งแต่ 300 Hz หรือน้อยกว่า: ใช้เพื่อการตัดสัญญาณเสียงรบกวนความถี่ต่ำหลากหลายประเภท
  • ตัดสัญญาณเสียงรบกวนที่มีความถี่ต่ำตั้งแต่ 100 Hz หรือน้อยกว่า: ใช้คุณสมบัตินี้เมื่อต้องการตัดเสียงรบกวนการบันทึกเสียง เช่น เสียงเครื่องปรับอากาศที่มีความถี่ต่ำ

ฟังก์ชั่น Pre-recording เป็นการบันทึกเสียง 2 วินาทีก่อนเริ่มการบันทึกจริง

ฟังก์ชั่น Pre-recording ใช้เพื่อการบันทึกเสียงแบบต่อเนื่องโดยเริ่มจาก 2 วินาทีก่อนเริ่มการบันทึกจริง ตัวอย่างเช่น เมื่อบันทึกเสียงนกตัวเล็กกำลังร้อง ฟังก์ชั่นนี้จะเริ่มการบันทึกนานสุด 2 วินาทีก่อนนกเริ่มร้อง หากท่านกดปุ่มบันทึกช่วงจังหวะที่นกเริ่มการร้องเพลง



ความเร็วในการเล่นที่ปรับได้ระหว่าง 50% ถึง 400% โดยไม่มีการเปลี่ยน pitch เสียง


ความเร็วในการเล่นสามารถเปลี่ยนได้ระหว่าง 50% และ 400% โดยไม่เปลี่ยน pitch ของการเล่น



ฟังก์ชั่น Segment repeat สำหรับการเล่นเฉพาะส่วนหนึ่งของไฟล์แบบซ้ำๆ


คุณสามารถเล่นซ้ำ 1 ส่วนของไฟล์ที่กำลังเล่น



การชาร์จภายในที่สะดวกสบายจะทำให้สามารถทำการชาร์จไฟได้โดยใช้การเชื่อมต่อ USB


แบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟได้โดยยังคงอยู่ในเครื่องบันทึกเสียง คุณสามารถเชื่อมต่อเครื่องบันทึกเสียงเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทาง USB เพื่อชาร์จแบตเตอรี่จากแหล่งพลังงานจากเครื่องคอมพิวเตอร์



ฟังก์ชั่นแนะนำการใช้งานด้วยเสียง (Voice guide) เพื่อการแจ้งเตือนสภาวะการทำงานด้วยเสียง


คุณสมบัติเพื่อความสะดวกสบายนี้จะช่วยรายงานสภาวะการใช้งานเครื่องด้วยเสียง



ฟังก์ชั่นการแบ่งไฟล์ที่สะดวกสบาย


ไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ หรือไฟล์ที่มีระยะเวลาการบันทึกนานๆ สามารถแบ่งออกเป็นไฟล์ย่อยๆ ได้



รองรับรีโมทคอนโทรลที่เป็นอุปกรณ์เสริม รุ่น RS30W

คุณสามารถใช้รีโมทคอนโทรลที่กำหนด รุ่น RS30W (แยกจำหน่าย) เพื่อเริ่มและหยุดการบันทึกได้จากระยะไกล

การสนับสนุน

แชร์

พบกับเราได้ที่

  • Facebook
  • Youtube

Olympus Facebook