ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกล้องส่องทางไกล


ชื่อเรียกส่วนประกอบของกล้องส่องทางไกล

 

การโฟกัสที่ศูนย์กลาง (CF)

วิธีการนี้ใช้ปุ่มปรับโฟกัสที่อยู่ตรงกลางเพื่อการโฟกัสไปพร้อมๆ กันทั้งทางด้านซ้ายและด้านขวา ซึ่งทำให้สามารถทำการโฟกัสได้รวดเร็ว

การโฟกัสแยกในแต่ละข้าง (Individual Focusing (IF))

คุณสมบัติจะทำให้ผู้ใช้สามารถหมุนวงแหวนปรับไดออปเตอร์เพื่อช่วยปรับโฟกัสให้กับดวงตาแต่ละข้างแบบแยกกัน และเนื่องจากมีลักษณะของการซีลอย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้อากาศเข้า ทำให้ตัวกล้องสามารถป้องกันน้ำได้

คุณลักษณะหลักของกล้องส่องทางไกล


ประเภทของกล้องส่องทางไกล:

 

ปริซึม

กล้องส่องทางไกลแบบปริซึมใช้เลนส์นูนสำหรับทั้งเลนส์ใกล้วัตถุ และเลนส์ใกล้ตา และมีการทำงานของปริซึมแนวตั้งขึ้นเพื่อให้สามารถกลับภาพให้ปรากฏขึ้นแบบไม่กลับหัว โดยปริซึมในที่นี้มี 2 ประเภทซึ่งมีขนาดที่แตกต่างกัน: ได้แก่ ปริซึมชนิด Roof prism และ ปริซึมชนิด Porro Prism

ปริซึมชนิด Roof Prism

กล้องส่องทางไกลที่ใช้ปริซึม Roof prism มักจะมีขนาดของตัวกล้องที่เล็กและน้ำหนักเบา เนื่องจากแกน optical axis ของเลนส์ใกล้ตาและเลนส์ใกล้วัตถุสามารถออกแบบมาให้อยู่เป็นแนวเส้นตรง

ปริซึมแบบ Porro prism

กล้องส่องทางไกลประเภทนี้ใช้ปริซึมชนิด Porro prism ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นโดยนาย Ignazio Porro นักประดิษฐ์ชาวอิตาลี เป็นปริซึมซึ่งมีคุณลักษณะทางแสงที่ยอดเยี่ยมและให้ความสดใส และทำให้ได้ขอบเขตของพื้นที่การมองเห็นที่สว่างตั้งแต่กำลังขยายที่ต่ำไปถึงกำลังขยายสูงๆ

ปริซึมชนิด Galilean

นี่คือดีไซน์แบบเรียบง่ายที่ใช้ทั้งเลนส์นูน และเลนส์เว้าในการสร้างสรรค์กล้องสำหรับการชมโอเปร่า กล้องส่องทางไกลประเภทนี้มีโครงสร้างเลนส์อย่างง่ายๆ ที่แสดงภาพในทิศทางที่ถูกต้องโดยหันหัวขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้ปริซึม และยังคงสามารถใช้กำลังขยายที่กำจัดไว้ที่ 4 เท่า ชื่อเรียกกล้องส่องทางไกลชนิดนี้มาจากกล้องโทรทัศน์เครื่องแรกที่ใช้งานโดย Galileo Galilei ในการสังเกตวัตถุบนท้องฟ้า


เลนส์ใกล้วัตถุ

เลนส์ใกล้วัตถุ: เส้นผ่าศูนย์กลางที่รับแสงของเลนส์ใกล้วัตถุถูกแบ่งตามกำลังการขยายภาพ = เส้นผ่าศูนย์กลางรูรับแสง เส้นผ่าศูนย์กลางรูรับแสงถูกคำนวณโดยการแบ่งเส้นผ่าศูนย์กลางที่รับแสงจริงของเลนส์ใกล้วัตถุตามกำลังการขยายภาพ เมื่อเส้นผ่าศูนย์กลางที่รับแสงจริงของเลนส์ใกล้วัตถุเหมือนกัน และยิ่งมีกำลังการขยายภาพมากเท่าไหร่ เส้นผ่าศูนย์กลางรูรับแสงก็จะยิ่งเล็กลงเท่านั้น ทำให้ยากต่อการมองผ่านกล้องส่องทางไกล

เส้นผ่าศูนย์กลางที่รับแสงของเลนใกล้ส์วัตถุ: เส้นผ่าศูนย์กลาง หรือขนาดของเลนส์ใกล้วัตถุ เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความสว่างของกล้องส่องทางไกล ยิ่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่รับแสงจริงมีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้สามารถรวมแสงได้มากเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ได้ความละเอียด และความสว่างที่มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี เนื่องจากกล้องส่องทางไกลก็จะมีน้ำหนักที่มากขึ้นตามขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางที่รับแสงจริงที่ใหญ่ขึ้น ทำให้จึงต้องมีการกำจัดขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางนี้ไว้แต่ 50 มม. โดยประมาณ สำหรับกล้องส่องทางไกลแบบพกพา


Eye relief

ระยะห่างระหว่างตำแหน่งที่ดวงตาสามารถมองเห็นทั่วทั้งขอบเขตพื้นที่การมองเห็นเมื่องมองผ่านกล้องส่องทางไกล กับพื้นผิวของเลนส์ตา เรียกว่า "eye-relief" ยิ่งระยะห่างเท่าไหร่ ยิ่งง่ายต่อการใช้กล้องส่องทางไกลเป็นเวลานานๆ และสะดวกสบายยิ่งขึ้นต่อการใช้งานกล้องส่องทางไกล แม้ในขณะสวมแว่นตา


กำลังขยาย

กำลังขยายเป็นตัวบ่งชี้ถึงขนาดที่วัตถุจะสามารถขยายใหญ่ขึ้นได้ เมื่อมองผ่านกล้องส่องทางไกล ตัวอย่างเช่น กำลังขยาย 4x หมายถึงว่าวัตถุที่มองในระยะห่าง 100 ม.ผ่านทางกล้องส่องทางไกล ปรากฏด้วยขนาดที่เท่ากับเวลาที่คุณมองไปยังวัตถุด้วยตาเปล่าที่ระยะห่าง 25 ม. (หมายความว่าจะสามารถมองเห็นในระยะห่างจริงซึ่งได้ถูกลดอัตราส่วนลงเหลือแค่ 1/4) ยิ่งอัตราการขยายมากเท่าไหร่ วัตถุที่ปรากฏก็จะยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อกำลังขยายเพิ่มขึ้น ขอบเขตของพื้นที่ในการมองเห็นก็จะลดลงตามไปเช่นกัน


ขอบเขตการมองเห็นทั้ง 3 ประเภทของกล้องส่องทางไกล

 

ขอบเขตการมองเห็นจริง

นี่คือระยะพื้นที่ครอบคลุมการมองเห็นทั้งหมดผ่านกล้องส่องทางไกลโดยที่คุณไม่ต้องปรับกล้องส่องทางไกล และเป็นมุมมองที่วัดจากจุดกลางของเลนส์ใกล้วัตถุ ยิ่งมีขอบเขตการมองเห็นกว้างเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ง่ายต่อการค้นหาวัตถุมากเท่านั้น และเมื่อกำลังขยายของกล้องทางไกลถูกปรับเพิ่มขึ้น ขอบเขตของพื้นที่การมองเห็นจริงก็จะยิ่งแคบลงเท่านั้น

ขอบเขตการมองเห็นได้อย่างชัดเจน

นี่คือระยะพื้นที่ครอบคลุมการมองเห็นทั้งหมดผ่านกล้องส่องทางไกลโดยที่คุณไม่ต้องปรับกล้องส่องทางไกล และเป็นมุมมองที่วัดจากจุดกลางของเลนส์ใกล้วัตถุ ยิ่งมีขอบเขตการมองเห็นกว้างเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ง่ายต่อการค้นหาวัตถุมากเท่านั้น และเมื่อกำลังขยายของกล้องทางไกลถูกปรับเพิ่มขึ้น ขอบเขตของพื้นที่การมองเห็นจริงก็จะยิ่งแคบลงเท่านั้น เมื่อมองโดยใช้กล้องส่องทางไกล 7x35 9.5 องศา มาคูณกับกำลังขยาย (7 เท่า)

ขอบเขตการมองเห็นที่มีมุมมองกว้าง

กล้องส่องทางไกลซึ่งมีขอบเขตการมองเห็นได้อย่างชัดเจน 65 องศา หรือมากกว่าจะเรียกว่า "กล้องส่องทางไกลมุมมองกว้าง" กล้องส่องทางไกลมุมมองกว้าง แต่มีกำลังขยายเหมือนเดิม จะให้ขอบเขตการมองเห็นจริงที่กว้างขึ้น ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดูวัตถุที่มีการเคลื่อนที่เร็ว, การชมการแข่งขันกีฬา และการดูนก

ขอบเขตการมองเห็นที่ 1,000 ม.

ค่านี้แสดงให้เห็นถึงระยะที่สามารถมองเห็นได้ (มม.) ที่ระยะห่าง 1,000 ม. ที่จะสามารถมองเห็นได้โดยไม่ต้องขยับกล้องส่องทางไกล

แชร์

พบกับเราได้ที่

  • Facebook
  • Flickr
  • Youtube
  • Twitter

Olympus Facebook