บทสัมภาษณ์ของ Tetsuro Shimizu
และ Takehiko Nakafuji
M..ZUIKO DIGITAL ED 25mm F1.2 PRO

เลนส์ Prime รุ่นใหม่ M.Zuiko Digital ED 25mm f/1.2 PRO เป็นเลนส์ไวแสงสูงมีรูรับแสงกว้างถึง f/1.2 เราให้ช่างภาพระดับมืออาชีพร่วมแชร์ประสบการณ์และภาพถ่ายของแต่ละท่าน ที่ถ่ายด้วยเลนส์ไวแสงสูงรุ่นใหม่ล่าสุดของเรา ซึ่ง Shimizu ไปถ่ายภาพที่มองโกเลีย และ Nakafuji ไปที่ปารีส เพื่อทดสอบเลนส์ใหม่นี้ พวกเขาได้ให้สัมภาษณ์และเเชร์ประสบการณ์ที่ประทับใจ และมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่พวกเขาชื่นชอบในเลนส์ใหม่นี้

สัมภาษณ์เมื่อ: 26 สิงหาคม 2559 (เผยแพร่เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2559)

M.ZUIKO DIGITAL ED 25mm F1.2 PRO

The M.Zuiko Digital ED 25mm f/1.2 PROเป็นเลนส์ไพร์มที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ ให้พลังในการถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมในมิติใหม่ๆ พร้อมโบเก้ที่สวยงาม นี่คือเลนส์ทางยาวโฟกัสมาตรฐาน ด้วยองศารับภาพที่ 50mm (เทียบกับกล้อง 35mm) ประกอบไปด้วยเลนส์ Super ED 1 ชิ้นเลนส์และ เลนส์ 2 ED สำหรับลดและแก้ไขความผิดเพี้ยนต่างๆ เลนส์ ED 25mm f/1.2 PRO มีประสิทธิถาพสูงให้พลังในการถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมในสภาพแสงแบบต่างๆ ด้วยรูรับแสงกว้างสุดถึง f/1.2 และสามารถลดปัญหาความผิดเพี้ยนต่างและรูปทรงของวัตถุ ที่อยู่นอกโฟกัส พร้อมทั้งการไล่ระดับจากจุดโฟกัสไปยังนอกโฟกัสได้อย่างนุ่นนวลสวยงาม นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพในการลด Comatic ที่ขอบภาพได้ดีเยี่ยมเช่นกัน และเก็บรายละเอียดของจุดต่างๆที่ขอบภาพได้อย่างชัดเจน พร้อมโครงสร้างป้องกันละอองน้ำ ป้องกันฝุ่นละออง สำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง หรือมีฝนโปรยปรายโดยไม่ต้องกังวลใจ

Tetsuro Shimizu

เกิดที่ Yokohama ในปี 1975 เข้าทำงานเป็นผู้ช่วยที่สำนักงาน Takeuchi Shinobu เป็นเวลาสามปี แล้วผันตัวมาเป็นช่างภาพอิสระด้วยอายุ 23 ปี งานของเขานั้นมีหลากหลายประเภท ด้วยมุมมองที่ต่างออกไปและไม่เหมือนใคร รวมไปถึงภาพวิวทิวทัศน์ และภาพถ่ายเชิงสารคดี เขาชนะการประกวด Yonosuke Natori Photo Award ในปี 2005 สำหรับแนว Street Boy ในปี 2012 CHANGE ได้ตีพิมพ์คอลเลกชันภาพถ่ายของเขา กับประสบการณ์ถ่ายภาพในมองโกเลียมากกว่าสิบห้าปี เขาได้รับรางวัลจาก สมาคมถ่ายภาพญี่ปุ่นสาขาศิลปินหน้าใหม่ ในปี 2014 จากผลงานของเขาในประเทศมองโกเลีย นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล 2016 Sagamihara Photo City Award สำหรับช่างภาพหน้าใหม่ ด้วยผลงานของเขาในหัวข้อ "New Type" ซึ่งมีการจัดแสดงในนิทรรศการภาพถ่ายในเดือนตุลาคม ปี 2016

Takehiko Nakafuji

เกิดที่ Tokyo ในปี 1970 เขาพักการเรียนที่มหาวิทยาลัย Waseda เพื่อเข้าโครงการทางการถ่ายภาพและสำเหร็จการศึกษาจาก Tokyo Visual Arts school เขายังคงมุ้งไปที่การถ่ายภาพแนว City Snapshots และแสดงผลงานใหม่ๆ เขาออกเดินทางเพือถ่ายภาพไปทั่วโลก รวมทั้งยุโรปตะวันออก รัสเซีย คิวบา ปารีส และนิวยอร์ก Nakafuji ทำงานที่แกลลอรี่ Niepce ในโตเกียวในฐานะนักเขียน เขาชนะการประกวด Higashikawa Special Writer's Award ครั้งที่ 29 และ Hayashi Tadahiko Award ครั้งที่ 24

ความท้าทายในการถ่ายภาพวัตถุหรือเรื่องราวใหม่ๆ ในสภาพแวดล้อมใหม่ที่ต่างออกไป

Olympusก่อนอื่น เราอยากจะทราบเกี่ยวกับภาพที่คุณถ่ายด้วยเลนส์ M.Zuiko Digital ED 25mm f/1.2 PRO ทั้งสองภาพเหล่านี้ถ่ายที่มองโกเลียใช่ใหม

Shimizuใช่ครับ ในเวลานี้ผมตัดสินใจที่จะรวมเป็นรูปแบบใหม่ ในพื้นที่ที่ต่างกันในมองโกเลียที่ผมไม่เคยไป ผลงานชิ้นนี้ชื่อว่า Tsaatan และเพื่อถ่ายภาพผู้คนชาว Tsaatan ที่ผมได้พบเจอ ผู้คน/ชาวบ้าน จะอาศัยอยู่ในเต้นท์ทรงวงกลมที่เรียกว่า Chum คล้ายๆ กับกระโจมของอินเดียแดง ซึ่งค่อนข้างเห็นได้ยากในมองโกเลีย อีกรูปชื่อ Hide and Seek (ซ่อนหา) เป็นรูปแมวของคนเผ่าที่พาผมเข้ามาที่นี้

Olympusอะไรคือข้อจำกัดหรือความยากลำบากเมื่อถ่ายภาพใน Tsaatan

Shimizuในวันเเรกที่ผมไป เขาเชิญผมเข้าไปถ่ายใน Chum ครังแรกที่ผมได้พบกับชาวบ้าน ผมได้แนะนำตัวเองกับชาวบ้านทุกคนทีละคน เเละเมื่อผมถ่ายภาพนี้ ในภาพคุณยายมองหลบกล้องเล็กน้อย ซึ่งแท้จริงแล้วผู้หญิงชนเผ่านี้ไม่ชอบให้ถ่ายภาพ และเธอยังกังวลใจเล็กน้อยเมื่อผมหยิบกล้องขึ้นมา ผมถ่ายเอาจำนวนภาพเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม และเลนส์ก็ให้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเกินกว่าที่ผมคิดไว้ เพียงเเค่มองผานช่องมองภาพคุณก็จะเห็นโบเก้ที่สวยงามไม่เหมือนใคร ภาพยั่งคงสวยงามคมชัดทั่วทั้งภาพเมื่อพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ และผมประทับใจเป็นอย่างมาก ที่เสนส์สามารเก็บรายละเอียดได้อย่างยอดเยี่ยม

Olympusสภาพแสงใน Chum เป็นอย่างไร

Shimizuสภาพแสงแย่มากครับ ข้างใน Chum นั้นมืดมาก มืดกว่าอยู่ใน Ger (บ้านแบบเคลื่อนย้ายได้ในมองโกเลีย) กรอบเค้าโครงทำจากไม้ ผมถ่ายภาพโดยอาศัยแสงเพียงเล็กน้อย ที่ส่องผ่านช่องเล็กๆ บนหลังคา และเเสงจากทางเข้าด้านข้าง ซึ่งผมต้องการแสงจากธรรมชาติมากกว่าที่จะใช้แฟลช นี้คือเลนส์ไวแสงที่จำเป็นและยอดเยี่ยมสำหรับการถ่ายภาพในสถาณะการเช่นนี้

NakafujiTsaatan เป็นภาพที่สวยงามมาก มีความคมชัดสูง แต่มีโบเก้ที่นุ่มนวล ทำให้เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก สีสันของเสื่อผ้าของเด็กและผ้าโพกศีรษะของคุณยายและดูสวยงามจริงๆ

Shimizuขอบคุณครับ ผมยังประหลายใจว่าเครื่องแต่งกายในภาพมีมิติที่แลดูสมจริงมาก ไม่เพียงแค่เป็นสถานที่ที่มีแสงน้อยมากเท่านั้นแต่เด็ก ยังซุกซนขยับไปมาอีกด้วย ผมจึงเลือกใช้ความเร็วชัตเตอร์สูง ที่ f/1.2 ซึ่งแม้จะถ่ายด้วยรูรับแสงกว้างสุด ดวงตาของเด็กก็ยังมีความคมชัดมาก และมีโบเก้ที่นุมนวลเห็นได้ชัดซึ่งเป็นคุณลักษณะที่โดดเด่นมาก ผมคิดว่าเลนส์ตัวนี้ให้การละลายฉากหลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาเลนส์ Olympus Micro Four Thirds

Nakafujiขนเเมวในภาพ Hide and Seek ดูสวยงามมาก รู้สึกถึงความนุ่มละมัย และตาข่ายที่เบลอเพราะอยู่นอกโฟกัสที่ฉากหน้า ทำให้แลดูน่าประทับใจมากยิ่งขึ้น

Shimizuอันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ ผมไม่เคยเห็นแมวในมองโกเลีย ลูกแมวตัวนี้มันซ่อนอยู่ใต้เตียง สภาพแสงตอนนั้นมืดมากแต่ก็สามารถถ่ายภาพนี้ได้อย่างดีเยี่ยม แมวตัวนี้ขี้ระเเวงมาก มันส่งเสียงขู่คำรามตลอดเวลาที่ฉันเข้าไปใกล้ (หัวเราะ) ผมใช้มือจับกล้องให้แนบชิดกับต่าขายผ่านช่อง โดยใช้ Live View และลั่นชัตเตอร์ด้วย Touch Shutter ที่รูรับแสงกว้างสุดก็ยังให้รายละเอียนของหนวดแมวครบทุกเส้น และโบเก้ ซึ่งสวยงามมาก ผมชอบถ่ายภาพผ่านวัตถุ เพื่อให้มี Foreground ที่เบลอและนุ่มนวล ซึ่งมันทำให้ภาพน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

Olympusคุณปรับตั้งกล้องอย่างไรบ้าง และคุณมีการปรับแต่งอะไรบ้างในการทำงานของคุณ

Shimizuผมมักจะไม่ปรับอะไรมากมายในกล้อง และไม่รีทัชภาพ ผมคิดว่าภาพถ่ายมาจากกล้องเเละเลนส์ที่มีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับที่คุณเก็บแสงอย่างไร M.Zuiko Digital ED 25mm f/1.2 PRO ให้ความรู้สึกที่ดีเยี่ยมในการใช้งาน เนื่องจากมีการไลระดับ Bokeh นุ่มราบรื่น แม้จะมีคอนทราสต์สูง นี้คื่อสิ่งที่ผมกำลังมองหาในเลนส์ และผมไม่รีรอหรือลังเลที่จะใช้มันในการถ่ายภาพ

ถ่ายภาพบรรยากาศที่สดชื่นของ สายฝนที่ชุ่มฉ่ำในปารีสตอนเย็น

Olympusคุณถ่ายภาพเหล่านั้นจากที่ใหนในยุโรป

Nakafujiใช่ครับ ผมถ่ายภาพนี้ในปารีส ในตอนเย็นซึ่งมีบรรยากาศที่น่าสนใจมากมาย สำหรับถ่ายภาพแบบ Hendheld ด้วยเลนส์ไวเเสงหน้าเลนส์ขนาดใหญ่ ผมให้ชื่อภาพนี้ว่า Rainy Night in Paris และเพ่อถ่ายภาพนี้ผมตั้งค่ารูรับแสงเกือบจะกว้างสุด ในคืนที่มีฝนตกหนัก ภาพนี้ถ่ายใกล้ๆกับ Bouquinistes เป็นร้านหนังสือมือสองที่เปิดโลงตามแนวแม่น้ำ Seine แท้จริงแล้วผมถ่ายภาพนี้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างผมถือร่มไว้ อันที่จริงแล้วเมื่อฝนตก จะมีแสงมากกว่าเมื่อเทียบกับไม่มีฝนตกในตอนกลางคืน เนื่อจากมีแสงสะท้อนขึ้นมาจากแอ่งต่างๆที่มีน้ำขัง อย่างไรก็ตาม ในตอนแรกแม้ในสภาพอากาศที่มีฝนตก อาจไม่ใช่แนวคิดที่ดีในการถ่ายภาพ ดังนั้นผมจึงมักพยามที่จะออกไปถ่ายภาพในวันที่มีสายฝนโปรยปราย

Shimizuมันเป็นภาพที่ยอดเยี่ยม และยังสะท้อนให้เห็นถึงสไตล์ในการถ่ายภาพของคุณ พื้นที่หรือบริเวณที่อยู่ในโฟกัสมีความคมชัดที่ดีมากๆ และยังสามารถไล่ระดับไปถึงส่วนที่อยู่นอกโฟกัสได้อย่างนุ่วนวลราบรื่นอีกด้วย

Nakafujiขอบคุณครับ ผมรู้สึกราวกับว่าอยู่ในฝันท่ามกลางบรรยากาศที่มีฝนโปรยปรายยามค่ำคืน และมีแสงสะท้อนขึ้นมาราวกับเลือด และมี Bokeh ที่นุ่มนวลปรากฏออกมาในภาพ มันให้ฉากหลังที่นุ่มนวลไม่เหมือนใคร กับเลนส์ไวแสงหน้าเลนสขนาดใหญ่ โดยไม่ส่งผลต่อรายละเอียดโยรวม มันเป็นภาพตัวอย่างที่ดี่เยี่ยมว่าควรใช้ความสว่างของรูรับแสงเท่าใหร่สำหรับถ่ายภาพ

Olympusเป็นภาพถ่ายที่มีคอนทราสต์สูงมาก คุณได้ปรับแต่งภาพหรือไม่

Nakafujiไม่ครับ ผมไม่ได้รีทัช และไม่ได้ใช้ฟีเจอร์พิเศษที่มีใน PEN-F อย่างเช่น Colour Profile Controlเลย แต่สนใจการจัดคอมโพสต์ ของสีสันต่างๆของเมืองแทน ซึ่งสถานที่จริงก็เหมือนกับที่อยู่ในภาพนี้ ด้วยการถ่ายทอดสีสัน และรายละเอียดได้อย่างยอดเยี่ยม จึงไม่จำเป็นต้องรีทัชหรือปรับแต่งใดๆเลยกับภาพนี้

Olympusแล้วเกี่ยวกับงานที่สองของคุณล่ะ Parisian Show Window ในภาพนี้สะท้อนถึงอะไร

Nakafujiผมเดินผ่านร้านนึงที่มีการจัดหน้าร้านที่แปลก น่าสนใจ เลยทำให้ผมอยากจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพ มีดอกดอกกุหลาบจำนวนมากแขวนอยู่บนหน้าต่าง และอาคารที่อยู่ข้างหลังผม นี้คือภาพที่สะท้อนจากกระจก เพราะผมอยากถ่ายภาพของการสะท้อนที่สลับซับซ้อน และทิวทัศน์ของอาคารต่างๆในเมื่อง นี้เป็นภาพอีกประเภทที่ผมต้องการ ผมโฟกัสไปที่ดอกไม้ แต่เพื่อให้ได้รายละเอียดที่สะท้อนในภาพ ผมจึงหรี่รูรับแสงลง เพื่อให้สามารถเก็บรายละเอียดที่ทับหรือซ้อนกัน ผมใช้ Olympus View 3 เพื่อปรับความอิ่มสี และคอนทราสต์เล็กน้อย เพื่อให้สีของดอกไม้เด่นออกมา จากภาพอื่นๆของผมที่ถ่ายตอนกลางคืน ผมอยากให้ภาพนี้เป็นภาพที่แสดงถึงปารีสในตอนกลางวัน

เลนส์ไวแสงเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ของเลนส์ M.Zuiko PRO series

Olympusการใช้งานเลนส์ M.Zuiko Digital ED 25mm f/1.2 PRO เป็นอย่างไรบ้าง โปรดให้ความเห็นที่แท้จริงที่คุณรู้สึก

Nakafujiแม้จะหรี่รูรับแสงลง ภาพถ่ายก็ยังคงมีคุณภาพที่ดีเยี่ยม และถ่ายภาพได้สะดวกมากที่รูรับแสงกว้างสุด ในฐานะช่างภาพผมสนุกสนานมาก เลนส์มีความสว่างที่ยอดเยี่ยมสดใส และถ่ายภาพได้หลากหลาย มันมีประสิทธิภาพ ที่ช่วยให้สามารถถ่ายภาพในที่มืด หรือที่แสงน้อย มันเป็นเลนส์ที่ผมมั่นใจได้ ทำให้ผมมีสมาธิกับการถ่ายภาพ และการออกแบบของเลนส์ M.Zuiko PRo มีโครงสร้างที่เเข็งแรงและรับรู้ได้ถึงคุณภาพของชิ้นแก้วที่ใช้ ผมสัมผัสถึงการจับถือที่ดีเยียม ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นเลนส์ตระกูล M.Zuiko PRO

Shimizuเป็นเลนส์ที่ให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม เมื่อผมหยิบขึ้นมาจะรู้สึกเหมือนกับ "ได้เวลาออกไปถ่ายภาพแล้ว"

Nakafujiแน่นอน ความรู้สึกที่จะให้ทำให้คุณอยากที่จะเริ่อออกไปถ่ายภาพ และเมื่อคุณถ่ายภาพด้วยเลนส์นี้ คุณจะประทับใจกับความยอดเยี่ยมของมัน

Olympusเลนส์รุ่นนี้มีขนาดที่ใหญ่พอสมควรสำหรับ เลนส์ระบบมาตรฐาน Micro Four Thirds แต่คุณรู้สึกถึงความยุ่งยาก หรือความยากลำบากในการใช้มันถ่ายภาพหรือไม่

Nakafujiไม่ทั้งหมดครับ ด้วยการเปลี่ยนความสว่างจาก f/1.8 เป็น f/1.4 และ f/1.2 แนะนอนเลนส์ต้องมีขนาดใหญ่ขึ้น และเลนส์นี้ก็มีขนาดที่ดีเยี่ยมไม่ใหญ่จนเกินไป สำหรับเลนส์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ เเละให้ความรู้สึกที่ดีเยี่ยมในการใช้งาน มันไม่ได้หนักมากจนเกินไป ผมรู้สึก เหมือนกับว่าความรู้สึกหนักขึ้นเล็กน้อย ทำให้ผมอยากที่จะถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น

OlympusMr. Shimizu คุณชอบใช้เลนส์รุ่นนี้หรือไม่

Shimizuผมชอบเลนส์ Prime ที่สว่างๆ และต้องใช้งานง่ายและสนุกด้วย เพราะผมชอบที่จะใช้แสงธรรมชาติในที่เเสงน้อย ผมพยายามฝึกฝนวิธีการถ่ายภาพ เพื่อให้สามารถถ่ายภาพในสถานการณ์แบบนั้น และเลนส์ไวแสงนั้นมีประโยชน์อย่างมากกับถ่ายถ่ายภาพแบบนั้น การใช้เลนส์ M.Zuiko Digital ED 25mm f/1.2 PRO -- มันรู้สึกเหมือนการจับคู่เหมาะสมสุดสำหรับสไตล์การถ่ายภาพของผม โดยปกติผมมักจะเพิ่ม ISO เมื่อต้องถ่ายภาพในที่แสงน้อย อย่างไรก็ตาม ผมรุ้สึกดีเป็นอย่างมากที่สามารถปรับตั้งค่า ISO ต่ำ และถ่ายภาพด้วยรูรับแสงกว้างสุด ผมรู้สึกว่ามันเป็นเลนส์ที่ใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์ ระบบไดรฟ์ของเลนส์ที่เงียบ เป้นอะไรที่ดีมาก เพราะการโฟกัสที่รวดเร็ว และเเทบไม่มีเสียงรบกวน เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากกับการถ่ายภาพในมองโกเลีย

Nakafujiจริงๆมันเงียบมาก (ขณะที่กำลังใสไปใน PEN-F) มันเงียบจนลืมไปเลย (หัวเราะ) ไม่มีเสียจากการทำงานใดๆทั้งสิ้น

Shimizuไม่มีเสียงของระบบไดร์ฟของเลนส์รบกวนเลย ในขณะที่ผมถ่ายภาพ ผมใช้งานอยุ่ใกล้ๆกับกวางเรนเดียและม้า แต่ไม่มีเสียงรบกวนสัตว์เหล่านั้นเลย ผมมองว่าเลนส์ที่ทำงานได้อย่างเงียบกริบนั้น เป็นสิ่งสำคัญ ช่วยให้คุณมีสมาธิกับการถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น

Olympusคุณคิดอย่างไรที่มันสามารถถ่ายมาโครได้

Nakafujiแน่นอนมันสามารถถ่ายมาโครได้ดี เมื่อผมลองถายภาพวัตถุขนาตเล็กในร้านขายของเก่า มันใช้งานง่ายมาก

Shimizuผมถ่ายภาพคนแกะสลักศิลปะพื้นบ้านเขากวางเรนเดีย และสามารถเข้าใกล้พอที่จับเศษฝุ่นจากเขากวาง ที่ลอยบนอากาศจากการถูกเเกะสลัก ผมเข้าไปใกล้มาก จนนอนกลิ้งบนพื้นเพื่อถ่ายภาพ (หัวเราะ) เเละเพราะผมมักจะชอบถ่ายภาพในที่แคบๆ ในมองโกเลียเลนส์ที่คุณสามารถเข้าใกล้จึงมีประโยชน์มาก

ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบ คุณภาพ กับทั้งโบเก้ เเละพลังการถ่ายภาพ

Olympusเลนส์ M.Zuiko Digital ED 25mm f/1.2 PRO ออกแบบมาเพื่อมอบพลังในการถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมไปอีกมิติ และมีโบเก้ที่สวยงาม คุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับคุณภาพของภาพถ่าย เมื่อใช้งาน

Shimizuแม้จะดูเหมื่อนพูดเกินจริงว่ามันให้พลังในการถ่ายภาพที่ดีเยี่ยม ซึ่งมันเหนือกว่าที่ต้องการ ผมเชื่อว่ามันดีกว่าที่คาดคิด เพราะผมมักจะถ่ายภาพในสถานที่ที่ค่อนข้างมืด สิ่งสำคัญในการถ่ายภาพที่ผมต้อการคือรายละเอียดที่จุดโฟกัสและการไล่ระดับไปยังสวนที่อยู่นอกโฟกัส เลนส์นี้มีประสิทธิภาพที่อยู่ในระดับที่ดีตามที่ต้องการ ส่วนที่โฟกัสมีความคมชัด และนอกโฟกัสมีโบเก้ที่นุ่มนวลสวยงามเป็นสำคัญ

Nakafujiเนื่องจากผมมักที่จะลดขนาดรูรับแสงลงสำหรับถ่ายภาพในตอนกลางวัน ต่อนกลางคืนปกติผมใช้รูรับแสงกว้าง เลนส์นี้ให้ความควมชัดจรดขอบของภาพ แม้จะใช้รูรับแสงเกือบจะกว้างสุด สำหรับคุณภาพที่สอดคล้องกันมาก เมื่อถ่ายภาพโดยใช้รูรับแสงกว้าง แสงไฟจากท้องถนน และแสงอื่นๆที่มักจะสาดเข้ามาในภาพ มันไม่เกิดขึ้นเลยในเลนส์นี้ แม้ในสภาพแสงที่ยุ่งยาก เมื่อผมถ่ายภาพในปารีสตอนฝนตก แต่ก็ไม่มีความผิดเพี้ยนหรือแสงแฟร์ปรากฏขึ้นจากแสงไฟรอบๆเลย ผมเชื่อว่าผมสามารถถ่ายในสภาวะเเสงที่ยุ่งยากได้อย่างมีคุณภาพเพราเหตุนี้ และสามารถไลระดับความคมชัดจากจุดโฟกัสไปถึงส่วนที่อยู่นอกโฟกัสได้อย่างนุ่มนวล ซึ่งสำคัญสำหรับการละลายฉากหลัง และความสว่างสดใสของ f/1.2 ของเลนส์ M.Zuiko Digital ED 25mm F1.2 PRO เป็นอะไรที่ดีมากๆ

Olympusและคุณคิดอย่างไรเกียวกับสไตล์ หรืออรรถรสของเลนส์ตัวนี้เป็นพิเศษหรือไม่

Nakafujiมันอยากที่จะหาคำอธิบายหรือเปรียบเปรยถึงเลนส์ตัวนี้ บางครั้งความบกพร่องของเลนส์จะอธิบายเป็นตัวเลขการใช้ผิดเพี้ยนและข้อผิดพลาด ซึ่งผมเชื่อว่าส่วนที่น่าสนใจ คือการออกแบบที่สลับซับซ้อนของเลนส์ ความสมดุลของความรู้สึกที่สะดวกสบายของผู้ใช้กับประสิทธิภาพของเลนส์ เลนส์นี้ไม่เพี่ยงเเค่ให้ความคมชัด ผมมองไปที่ผลงานของ Mr. Shimizu ผมสามารถสัมผัสกับเทคโนโลยีเลนส์ที่ทันสมัยที่มาพร้อมกับบางสิ่งบางอย่างนุ่มนวล นี่คือความยืดหยุ่นในการใช้เลนส์ ที่ให้การถ่ายภาพได้อย่างสะดวก และเทคโนโลยีเลนส์ใหม่ล่าสุดนี้ ให้พลังในการถ่ายภาพที่ดีเยี่ยมและมีโบเก้ที่สวยงาม

Shimizuนั่นคือเรื่องจริง แม้จะมีความคมชัด มันมีความความนุ่มนวลโดยภาพรวม มันให้ภาพถ่ายที่ใกล้เคียงกับดวงตาของมนุษย์ เหมือนกับที่ Mr. Nakafuji บอก มันใช้งานง่ายสะดวกสบาย

อะไรคือความน่าสนใจของเลนส์ 50mm

OlympusM.Zuiko Digital ED 25mm f/1.2 PRO เป็นช่วงเลนส์มาตรฐาน 50mm (เทียบกับกล้อง 35mm) อะไรคือความน่าสนใจของเลนส์มาตรฐาน

Shimizuเลนส์มาตรฐานให้มุมมองที่ใกล้เคยงกับดวงตาของมนุษย์ ทำให้สามารถใช้ขาของคุณเองในการเขาใกล้หรือขยับออก ด้วยเลนส์ตัวนี้คุณสามารถถ่ายได้ทั้งมุมกว้างเเละเทลโฟโต้ อีกจุดที่น่าสนใจมากก็คือว่าถ้าคุณต้องการ Bokeh มากขึ้นคุณสามารถเข้าไปใกล้และปรับรูรับแสง ซึ่งผมมักไม่ค่อยถ่ายภาพจากระยะใกล 50mm เป็นทางยาวโฟกัสที่ใช้งานง่ายมาก สำหรับผมมันเป็นระยะที่ยอดเยี่ยมในการถ่ายภาพ

Nakafujiในอดีตเลนส์ 50mm คือช่วงเลนส์มาตรฐาน ให้ภาพถ่ายที่ใกล้เคียงดวงตาของมนุษย์ เพื่อให้มุมมองที่เป็นธรรมชาติ เมื่อหยิบขึ้นมาถ่ายภาพมันดูสมจริงมาก เพราะมันเหมือนเลนส์ซูมมาตรฐานในวันนี้ ความตื่นเต้นที่แท้จริงของเลนส์ที่สำคัญคือการใช้ เท้าของคุณเองในการเข้าใกล้ เเละถอยออกมา ขยับตัวของคุณให้ตรงกับมุมมองของเลนส์ของคุณ

Shimizuคุณ Nakafuji คุณชอบอะไร เมื่อตอนที่คุณเป็นนักเรียนที่โรงเรียการถ่ายภาพ คุณใช้เลนส์ 50mm หรือไม่

Nakafujiค่อนข้างบ่อย ใช่มันเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับผม เพราะผมซื้อเลนส์ 50mm เเละใช้มันสำหรับทุกอย่าง

Shimizuเหมืนกับผม ตัวอย่าง มีการกำหนดให้ใช้เลนส์ Prime 50mm ในชั้นเรียน เพื่อถ่ายภาพให้ให้ได้ 100 ม้วนฟิล์ม ซึ่งทำให้มุมมอง 50mm เป็นส่วนหนึ่งของผม มันให้มุมมองที่สมจริงและใช้งานง่าย

Nakafujiสำหรับผม 35mm เป็นช่วงมาตรฐานสำหรับการถ่ายภาพแนว Street Snapshots มากกว่า 50mm ปกติผมจะติดเลนส์ M.Zuiko Digital 17mm f/1.8 ไว้ที่กล้องของผมตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ผมจึงรู้สึกว่า 50mm เป็นเทเลโฟโต้ เมื่อเทียบกับ 35mm ผมจะรับรู้ได้ว่าสามารถที่จะถ่ายภาพเพียงพื้นที่ที่กำลังหันกล้องไป มากกว่าที่จะเก็บทุกอย่างให้อยู่ในภาพ มันเป็นความสุนกสนานและมีชีวิตชีวาอีกครั้งที่ใช้ เลนส์ M.Zuiko Digital ED 25mm f/1.2 PRO และใช้ส่วนต่างๆของสมองของฉัน

เลนส์ที่มือสมัคเล่นควรศึกษาเพื่อก้าวไปสู่ระดับมาสเตอร์

Olympusสุดท้ายนี้ เราอยากให้คุณให้ความเห็นเกี่ยวกับเลนส์ M.Zuiko Digital ED 25mm f/1.2 PRO เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่กำลังสนใจ

Nakafujiผมคิดว่า M.Zuiko Digital ED 25mm F1.2 PRO เป็นมาตรฐานสำหรับเลนส์ทุกตัว ผมหวังว่าช่างภาพผู้มีประสบการณ์ และมือสมัคเล่นขั้นสูงจะได้ทดลองมัน ผมเชื่อว่าผู้ที่ใช้เลนส์หลายรุ่น เเละมีประสบการณ์กับการใช้เลนส์ซูมและความเเตกต่างของช่วงเลนส์ต่างๆ จะเข้าใจในเสน่ห์ของเลนส์นี้ คุณใช้เลนส์ไวเเสงหน้าเลนส์ขนาดใหญ่ด้วยรูรับแสงกว้างสุดอย่างไร เพื่อสร้างสรรค์ภาพถ่าย เป็นสิ่งที่ทำให้การเรียนรู้ไปกับเลนส์นี้ได้อย่างสนุกสนาน

Shimizuเพราะว่าผมสามารถถ่ายภาพได้ทั้งแนว Portraits และ Snapshots ทั่วไปด้วยเลนส์ตัวนี้ ผมอยากจะให้ผูใช้งานได้ลองถ่ายภาพในสองประเภทนี้ก่อน เนื่องจากเป็นเลนส์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ และคุณควรสนุกกับรูรับแสงที่ f/1.2 และลองหรี่รูรับเเสงลงเล็กน้อยเพื่อสร้างความแตกต่าง เพราะที่สุดเเล้วเลนส์ที่สว่างกว่าย่อมดีกว่า กฎของเลนไวแสง! (หัวเราะ) ด้วยช่วงการใช้งานหรือการถ่ายภาพที่หลากหลาย อยู่ที่ว่าจะใช้งานยังไง ทำให้มันเป็นเลนส์ Prime ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

Text: Toshiyuki Makara

ผลิตภัณฑ์

M.Zuiko Digital ED 25mm f/1.2 PRO

นี่คือเลนส์ Prime ไวแสงสูงเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ ที่มอบพลังการถ่ายภาพในมิติใหม่ๆ และละลายฉากหลังที่สวยงาม เลนส์มีโครงสร้างที่ประกอบไปด้วย 19 ชิ้นเลนส์ใน 14 กลุ่ม (เลนส์ Super ED 1 ชิ้นเเละ ED 2 ชิ้น) ซึ่งสามารถลดปัญหาการเหลื่อมสี (On-axis chromatic aberration) ของบริเวณที่อยู่นอกโฟกัส และมักเกิดกับเลนส์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผสานประสิทธิภาพเข้ากับเลนส์ E-HR และ HR ปัญหาการเหลื่อมสีของรอยต่อในภาพ (Magnification chromatic aberration) ก็สามารถป้องกันได้อย่างดี่เยี่ยม และด้วยการว่างตำแหน่งของเลนส์ Aspherical ไว้ใกล้กับรูรับแสง และใช้เลนส์ HR หลายชิ้น ช่วยให้สามารถป้องกันความผิดเพี้ยนแบบ Spherical aberration และ Comatic aberration ซึ่งมักเกิดกับเลนสไวเเสงเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ ได้อย่างดี่เยี่ยม การออกแบบอย่างพิถีพิถันใช้ชิ้นเลนส์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อให้มีพลังในการถ่ายภาพที่ดีเยี่ยม ด้วยรูรับแสงกว้างสุด f/1.2 การสร้างเลนส์รุ่นนี้จึงไม่เพียงแค่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขหรือป้องกันความผิดเพี้ยนของวัตถุเท่านั้ง แต่ยังให้ความสำคัญกับฉากหลังหรือส่วนที่อยู่นอกโฟกัส ให้มีการไล่ระดับความคมชัดเเละโบเก้ที่นุ่มนวล ทำให้สามารถถ่ายภาพได้อย่างมีคุณภาพ แลดูมีมิติเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีระบบออโต้โฟกัสที่รวดเร็ว เงียบ และการออกแบบที่มีคุณภาพตามแบบฉบับของเลนส์ M.ZUIKO PRO ซีรีส์ มีโครงสร้างที่สามรถป้องกันละอองน้ำ และฝุ่นละออง สำหรับการถ่ายภาพท่ามกลางสายฝนหรือฝุ่นละอองโดยปราศจากความกังวลใจ

แชร์

พบกับเราได้ที่

  • Facebook
  • Youtube

Olympus Facebook